JAPAN TRIP



--INTRODUCE--





แนะนำตัวกันก่อน แอดมินชื่อนิล อายุ 16 ปี 

แอดจะมารีวิวการไปเที่ยวญี่ปุ่นจริงๆครั้งแรกของแอด ที่ไม่ใช่แค่ไปเหยียบสนามบินเปลี่ยนเครื่องเหมือนครั้งแรกที่ได้แตะแผ่นดินญี่ปุ่น

ทริปนี้เราจะไปฟุกุโอกะกัน ไปกันเลย!



--JAPAN TRIP--


      2 / 05 / 2017

                  ขึ้นเครื่องตี 1 ออกจากบ้านตั้งแต่ประมาณสามทุ่มเกือบสี่ทุ่ม นั่งแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ จำได้ว่าไม่รู้ทำไมรถติดมากกกก แถมยังลืมของจนต้องให้โชเฟอร์ขับกลับไปอีกรอบ ดีที่ตอนนั้นยังไปไม่ไกล แอบเสียวๆเหมือนกันว่าจะไปทันเช็คอินมั้ย 
                  
                  ถึงสนามบินแล้วต้องไปทักทายผู้ใหญ่ก่อน ทริปนี้ไปกับเพื่อนแม่ ไม่มีคนรุ่นเดียวกันเลย แต่ไม่เป็นไร--

      3 / 05 / 2017   



01:02 a.m. 
ถ่ายรูปแรกของทริปเซย์บายกรุงเทพแล้วหลับยาวจนถึงญี่ปุ่น

                  หลังลงเครื่องที่ท่าอากาศยานฟุกุโอกะก็นั่ง shuttle bus จากอาคารขาเข้าไปสถานีรถไฟของสนามบินมาโผล่ที่สถานีฮากาตะที่อยู่ห่างจากสนามบินแค่สองสถานีเท่านั้น เสร็จแล้วต้องต่อรถแท็กซี่ไปโรงแรมต่อ ปกติค่าแท็กซี่ของญี่ปุ่นแพงมาก แต่เพราะกระเป๋าหนักมาก แต่ละคนเตรียมกระเป๋าใบใหญ่มาเพื่อชอป ทำให้ต้องนั่งแท็กซี่แบบเลี่ยงไม่ได้



10:36 a.m.(หลังจากนี้จะเป็นเวลาญี่ปุ่นนะ) 

โรงแรมแรกของทริป 

อ่านไม่ผิดหรอก ต่อจากนี้จะเปลี่ยนเมืองไปเรื่อยๆ จะให้กลับมาที่เดิมก็ไม่ไหว-



มาถึงแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรนอกจากอาหารบนเครื่อง ประเดิมมื้อแรกด้วยร้านอาหารตรงข้ามโรงแรม 

                 เห็นตั๋วสองใบข้างจานเต้าหู้มั้ย มันคือตั๋วสั่งอาหาร ที่หน้าประตูร้านจะมีตู้สั่งอาหารอยู่ ให้กดเลือกเมนูที่ต้องการแล้วจ่ายเงินตรงนั้นเลย เสร็จแล้วรับตั๋วมานั่งประจำที่ ตอนที่พนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟจะฉีกอีกครึ่งของตั๋วไปจนเหลือครึ่งเดียวตามในรูป


                  หลังจากนั้นก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อยไปจนถึงห้างสรรพสินค้าแถวนั้น บังเอิญที่ชั้นบนมีงานอีเว้นโปเกม่อนพอดี ไหนๆก็มาแล้ว เลยไปส่องซักหน่อย



บอกได้เลยว่าแฟนคลับโปเกม่อนห้ามพลาด เห็นชาวต่างชาติบางคนซื้อไปพูนตะกร้าก็มี


ตุ๊กตาน่ารักมาก ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษแต่มันก็อดไม่ได้5555

      4 / 05 / 2017

                  วันนี้เราจะไปกิน Ichiran ramen หรือที่เรียกกันว่า ราเม็งข้อสอบ เพราะตัวร้านข้างในมีการแบ่งโต๊ะออกเป็นหนึ่งคนต่อหนึ่งช่อง เห็นว่าจะทำให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติแบบลึกซึ้งไม่มีอะไรมารบกวน ขนาดว่ามาเช้าแล้วคนก็ยังเยอะอยู่ดี


ต่อแถวอยู่เกือบชั่วโมง รับรองว่าความอร่อยคุ้มที่มาต่อแนวแน่นอน


อันนี้เป็นใบสำหรับสั่งราเม็ง มีถามตั้งแต่ความเข้มข้นของน้ำซุป ความแข็งของเส้น ระดับความเผ็ด ใส่เนื้ออะไร กระเทียมเท่าไหร่ ผักมั้ย ..พูดได้ว่าละเอียดยิบ


ในแต่ละช่องจะมีตะเกียบ ช้อน แก้วน้ำให้พร้อม  มีก๊อกน้ำดื่มให้เติมเองในตัวด้วย โดยอาหารที่สั่งไป พนักงานจะเสิร์ฟให้ผ่านม่านไม้ไผ่ข้างหน้า



เราสั่งแบบกลางๆไป ประมาณว่ารสชาติออริจินอล น้ำซุปหอมมัน เนื้อหมูนุ่ม-- สั้นๆแต่ได้ใจความคือ "อร่อยมาก"


สายชาเขียวต้องไม่พลาด อันนี้เป็นพุดดิ้งชาเขียวของหวานของร้าน แค่เข้าปากกลิ่นชาเขียวก็อบอวล ซอสชาเขียวข้างบนมาในซองพลาสติกข้างถ้วย สามารถใส่ได้ตามความชอบ


                  กินเสร็จก็ไปเดินเที่ยววัดแถวนั้น ตลอดทางเดินยาวมีเสาโทริอิหินหลายต้น ให้ความรู้สึกคลาสสิกแบบญี่ปุ่น



บรรยากาศวัดข้างบน


สตาร์บัคที่ญี่ปุ่น 

ตกแต่งสวยดี แต่คนเยอะเลยไม่เข้า 

                  ได้เวลากลับฟุกุโอกะ เหมือนวันนี้จะมีงานอะไรซักอย่าง ผู้ชายญี่ปุ่นแต่งตัวมาเดินขบวนกัน มีเด็กๆร่วมด้วย


ตกกลางคืนมีปิดถนนให้เป็นถนนคนเดิน มีตั้งเวทีการแสดง นี่ฟังออกแค่บางคำก้ไปยืนมั่วตบมือร้องเพลงกับเขาด้วย สนุกดี--



โอโคโนมิยากิอร่อยดี ราคาไม่แพงมาก


      5 / 05 / 2017

                  ตามแผน ย้ายเมืองไปนางาซากิ  นางาซากิเป็นเมืองแห่งรถราง ขนาดปากกาของโรงแรมยังมีแผนที่รถรางให้ กว่าจะจัดการอะไรเรียบร้อยได้ออกมาเดินเล่นก็ปาเข้าไปบ่ายสามแล้ว


เดินจากโรงแรมประมาณ 5 นาทีก็ถึงสถานีรถรางที่ใกล้ที่สุด

                  16:37 a.m. ถึง Glass Road เป็นถนนคนเดินยาวขึ้นไปบนเขา สองข้างทางนอกจากจะมีของกินขายตามปกติแล้วยังมีพวกสินค้าผลิตจากแก้ววางขายเต็มไปหมด ขนาดกาชาปองยังเป็นตุ๊กตาแก้วจิ๋วเลย


ระหว่างทางมีพิพิฒภัณฑ์หนังสือ แต่เพราะเวลาไม่พอเลยได้แต่ถ่ายรูปทางเข้า


สุด Glass Road เป็น Glover Garden ซึ่งเราไปไม่ทันเวลาทำการ อดไปตามระเบียบ แต่แค่ทางเข้าก็สวยแล้ว เสียดาย ,_,


ขากลับต้องถ่ายรูปสถานีกลางสำหรับเปลี่ยนรถรางไว้ กันหลงเหมือนขามา5555

                  วันนี้เป็นวันเด็กของญี่ปุ่น  ทางห้างสรรพสินค้านางาซากิจึงเปิดให้บริการชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ของห้างฟรี รออะไรล่ะคะ ขึ้นสิ-


วิวจากบนชิงช้าสวรรค์


อาหารเย็นวันนี้

เพราะทุกคนขี้เกียจเดินบวกไม่หิวมาก เลยซื้อแค่ของกินเล่นจากห้างมาอย่างที่เห็น

      6 / 05 / 2017

                    ตื่นแต่เช้ามาเดินเล่นรอบเมือง แลนมาร์คหลายที่ในนางาซากิค่อนข้างใกล้กัน เดินได้สะดวก อากาศที่ญี่ปุ่นดีมาก ตอนเช้าหมอกก็จะลงหน่อยๆเพราะโรงแรมอยู่โซนเนินเขา




Nagasaki Peace Park

                    ถึงเสลาที่รอคอย วันนี้เราจะไป Huis Ten Bosch Theme Park กัน เป็นสวนสนุกสไตล์ดัตช์ ได้ยินมาว่าใหญ่มากกกก อยู่ทั้งวันยังเที่ยวไม่ครบทั้งสวนสนุกเลย 


หุ่นเชิดมังกรกระดาษที่สถานีรถไฟนางาซากิ

ไม่มีไรมากแค่เห็นว่าสวยดี ดันถ่ายตอนรถไฟกำลังมาพอดี ชานชาลาก็ยาว วิ่งแทบไม่ทัน5555 

                      นั่งรถไฟสาย JR Seaside ประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงสถานี Huis Ten Bosch ระหว่างทางวิวสวยสมชื่อสายรถไฟ เสียดายไม่ได้ถ่ายไว้ นั่งดูอย่างเดียว กว่าจะนึกขึ้นได้ก็ถึงสถานีแล้ว


ขนาดสถานียังเป็นสไตล์ตะวันตก

                      ทางเดินจากสถานีจะข้ามแม่น้ำตรงไปที่สวนสนุกเลย แค่เดินบนสะพานก็เสียเวลาถ่ายรูปไม่น้อย


โรงแรมของทางสวนสนุก หรูและแพงมาก

                      สำหรับคนที่อยากเที่ยว Huis Ten Bosch ให้ครบแล้วไม่อยากนั่งรถไฟไปๆมาๆก็เชิญได้ ที่ชั้นล่างมีร้ายสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านขนมให้พร้อม 


ขนมหน้าตาดูดี อร่อยทุกชิ้น

                      ข้างในมีพิพิฒภัณฑ์ตุ๊กตาหมี สวนสำหรับถ่ายรูป จริงๆคือถ่ายได้ทุกจุด สวยไปหมด5555 ไม่ค่อยได้เล่นเครื่องเล่นเพราะทริปนี้พวกผู้ใหญ่แค่อยากเดินดู เด็กอย่างเราก็อดไป-




ตอนกลางคืนจะประมาณนี้



                     หลังจากวันนี้ก็มีไปที่อื่นบ้าง แต่รูปไม่ค่อยครบ ดังนั้นเราจะจบการรีวิวของเราตรงนี้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ 

Bye bye


(รู้สึกเนียน)

                      














ความคิดเห็น